ก่อนตัดสินใจซื้อเครื่องปั่นจะต้องรู้อะไรก่อนสักนิด

ก่อนจะซื้อเครื่องปั่นเราจะต้องรู้ก่อนว่าเราจะเอาเครื่องปั่นไปทำอะไร จะเอาไปใช้ในครัวเรือนปกติทั่วไป หรือเอาไปใช้เป็นเครื่องมือทำมาหากินสร้างรายได้ และยังต้องแยกอีกด้วยว่าเราจะเอาไปปั่นเครื่องดื่มอย่างเดียว หรือ เอาไปใช้ปั่นอเนกประสงค์ เช่น อาหาร เครื่องแกง

หากปั่นเครื่องดื่มอย่างน้ำผลไม้ปั่นธรรมดาอย่างเดียวใช้แค่แบบ 2 Speed ก็พอ แถมยังใช้ง่าย ราคาไม่แพง แต่ถ้าต้องใช้เปิดกิจการร้านขายเครื่องดื่ม ที่ต้องเปลี่ยนลูกน้องบ่อยๆ ควรใช้โปรแกรมแบบอัตโนมัติที่กดเพียงปุ่มเดียวเสร็จ ไม่ว่าใครก็ปั่นได้ แถมยังได้เครื่องดื่มที่มีคุณภาพเดียวกัน

ดูเรื่องของแรงม้าและความเร็วรอบของมอเตอร์ ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญของเครื่องปั่นเลยละ เพราะถ้าเอาไปทำมาค้าขายควรเลือกเครื่องที่มีกำลังสูงขึ้นกว่า 1 แรงม้า ยิ่งสูงก็ยิ่งดี เพราะสามารถปั่นได้ละเอียดอย่างรวดเร็ว เครื่องดื่มจะมีความข้นหนืด ไม่เหลวไม่แยกชั้น ดูดีมีราคากว่าน้ำทั่วไป ส่วนกำลังวัตต์ที่ระบุอยู่บนตัวเครื่อง คุณอย่าเข้าใจผิดว่ามันเป็นตัวบ่งบอกความแรงของเครื่อง ซึ่งจริงๆแล้วนั้น มันหมายถึงอัตราการใช้พลังงานไฟฟ้า หรือ การกินไฟฟ้า และด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนามากขึ้นก็ส่งให้การกินไฟน้อยลง แต่ให้แรงม้ามากขึ้นนั่นเอง

ขนาดของโถปั่นควรจะให้พอเหมาะกับสิ่งที่เราต้องการจะเอามาปั่นในชีวิตประจำวัน ซึ่งโถปั่นแบบเก่ามักจะทำจากแก้ว มีราคาค่อนข้างถูก แต่หนักและแตกง่ายมาก ซึ่งมีข้อดีคือไม่ดูดซับกลิ่นอาหาร ส่วนโถปั่นสมัยใหม่นั้นจะทำมาจากพลาสติกชนิดโพลีคาร์บอเนต มีความทน มากกว่าแก้ว ที่สำคัญไม่แตกง่ายด้วย ส่งผลให้ความเร็วของมอเตอร์สูงมากได้แถมยังใส่ของที่แข็งลงไปได้อีกด้วย หากเป็นโถแก้ว โอกาสที่จะแตกนั้นง่ายดาย อย่างไรนั้นโถพลาสติกก็ใช่ว่าจะปลอดภัย เพราะมีบางยี่ห้อใช้เกรดต่ำ แล้วมักจะมีสารปนเปื้อนที่ชื่อว่า ไบฟีนอล (สารก่อมะเร็ง) ดังนั้นคุณควรจะเลือกซื้อของที่มีการรับรองความปลอดภัย และการใช้งานควรแยกโถด้วยว่า โถไหนใช้ปั่นน้ำ ปั่นเครื่องเทศ ด้วย

ในส่วนของอุปกรณ์เสริมนั้นผู้ซื้อบางรายยังสงสัยว่า บางอย่างจำเป็นต้องใช้หรือไม่ อย่างเช่นตัวที่ติดมากับเครื่องที่เราเห็นบ่อยๆ ก็คือ แท่งกวนพลาสติก จากที่ผู้เขียนก็มีแบบนี้ใช้อยู่ที่บ้าน ก็ไม่ได้มีความแตกต่างอะไรเลย แถมก็ไม่ได้มีประโยชน์อะไรมากมาย เพราะในเวลาที่ปั่นก็เอาออกเพราะมันเกะกะ หากเครื่องปั่นไม่ทั่วก็ค่อยๆเอาแท่งกวนพลาสติกมาเกี่ยๆ แล้วปั่นต่อเท่านั้น อีกอย่างที่เห็นบ่อยๆ ก็คือไส้กรองที่เอาไว้ทำน้ำเต้าหู้ อันนี้ถ้าใครเอาไปใช้ในครัวเรือนอาจจะไม่ต้องมีเลยก็ได้ แต่ถ้าใครทำกิจการน้ำเต้าหู้ ก็จำเป็นอยู่เหมือนกัน

อย่างไรนั้น ราคาก็เป็นปัจจัยสำคัญที่สุดสำหรับการเลือกซื้อเครื่องปั่น หรือ เครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดอื่นๆอยู่แล้ว แต่มันจะต้องเป็นราคาที่สมเหตุสมผล มากกว่าที่ราคาจะแพงเกินไป หรือ ถูกเกินไปเท่านั้น อย่างที่บอกไว้ตั้งแต่ตอนต้น ว่าเราควรรู้ว่าจะเอาไปใช้งานกับอะไรบ้าง ใช้มากน้อยแค่ไหน เอาไว้ในครัวเรือนหรือเปิดกิจการ ซึ่งจะต้องได้สิ่งของที่ทนทาน มีการรับประกันสินค้า บริการหลังการขาย และ เป็นที่น่าเชื่อถือในระดับหนึ่งด้วย